พระราชกรณียกิจ
ศูนย์ประสานงานอาเซียนจังหวัดตาก
ขนาดอักษร: A+A A-
Model ฝายใต้ทรายแกนดินเหนียว

Model ฝายใต้ทรายแกนดินเหนียว



 

 

 

การก่อสร้างฝายแกนดินเหนียวใต้พื้นทราย เริ่มดำเนินการตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๕๐ตามยุทธศาสตร์อยู่ดีมีสุขของจังหวัดตาก เพื่อมุ่งหวังที่จะแก้ไขปัญหาภัยแล้งซ้ำซากในเขตพื้นที่ลุ่มน้ำคลองแม่ระกา ตำบลโป่งแดง อำเภอเมือง จังหวัดตาก โดยผสมผสานระหว่างสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติ ภูมิปัญญาท้องถิ่นและวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของชุมชน ตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

                   ฝายแกนดินเหนียวใต้พื้นทราย เป็นการพัฒนาแหล่งน้ำเชิงอนุรักษ์โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อชะลอและกักเก็บน้ำให้ขังใต้พื้นทรายในลำห้วย หรือคลองธรรมชาติ ที่มีชั้นทรายลึกและชั้นถัดไปเป็นดินดานหรือชั้นหิน เหมาะกับสภาพภูมิประเทศที่มีปัญหาไม่มีน้ำไหลในช่วงฤดูแล้งและสภาพพื้นที่ไม่เหมาะสมที่จะพัฒนาแหล่งน้ำประเภทอ่างเก็บน้ำ สามารถก่อสร้างด้วยวิธีการแบบง่ายๆ และประหยัด วัสดุที่ใช้ คือ ดินเหนียวและหินใหญ่ โดยอาศัยแรงงานราษฎรเป็นหลัก ด้วยการขุดชั้นทรายตามแนวขวางของลำน้ำออกให้ลึกจนถึงระดับพื้นหินดาน ความกว้างของฐานแกนดินเหนียวมีขนาดประมาณ ๒เมตร(สำหรับความลึก ๓ เมตร และเพิ่มความกว้างของฐานทุก ๐.๕๐ เมตรสำหรับความลึกที่เพิ่มขึ้นทุก ๑ เมตร) จากนั้นถมดินเหนียวและบดอัดด้วยแรงคนเป็นชั้นๆ ชั้นละประมาณ ๕ - ๑๐ เซ็นติเมตร ทีละชั้นๆ จนถึงระดับพื้นผิวบนของลำห้วย โดยให้แกนดินเหนียวด้านบนมีความกว้างประมาณ ๑ เมตร จากนั้นกลบทรายทั้งสองข้างของแกนดินเหนียวที่บดอัดให้เสมอกับผิวบนของดินเหนียว ขั้นตอนสุดท้ายปูทับด้วยหินเรียงหนาประมาณ ๒๕ - ๓๐ เซ็นติเมตร เพื่อป้องกันการกัดเซาะของน้ำในช่วงฤดูฝนและป้องกันไม่ให้สัตว์เหยียบย้ำชั้นบนของฝายเสียหาย ในการบำรุงรักษาแต่ละปีควรมีการปรับเกลี่ยทรายทั้งด้านเหนือน้ำและท้ายน้ำของฝายแกนดินเหนียวให้ราบเรียบเสมอพื้นลำห้วย เพื่อมิให้เกิดการกัดเซาะสะสม

                   หลักการทำงานของฝายแกนดินเหนียวใต้พื้นทราย คล้ายกับฝายแม้วแต่แตกต่างกันที่ ฝายแม้วชะลอน้ำเหนือพื้นดิน ส่วนฝายแกนดินเหนียวชะลอและกักเก็บน้ำให้ขังใต้พื้นทราย (ทั้งชะลอและทั้งกักเก็บ)



                       

 อำเภอเมืองตากได้ดำเนินการโครงการก่อสร้างฝายแกนดินเหนียวใต้พื้นทรายในพื้นที่ ตั้งแต่ปีงบประมาณ 2550 จนถึงปีงบประมาณ2553 รวมทั้งสิ้นจำนวน 529 แห่ง ในพื้นที่ 77 หมู่บ้าน 10 ตำบล งบประมาณรวมทั้งสิ้น 23,244,760 บาท

          
 

  1. ผิวบนกว้างประมาณ ๑.๐๐ เมตร
  2. ความลึก (H) ขึ้นอยู่กับความลึกของชั้นทราย
  3. ฐานฝายแกนดินเหนียว(B)จะต้องวางอยู่บนชั้นทึบน้ำ (ดินดาน) หรือพื้นหินแข็ง เพื่อป้องกันมิให้น้ำไหลลอดบริเวณแนวรอยต่อ
  4. ความยาวของฝายแกนดินเหนียวที่ขวางลำน้ำขึ้นอยู่กับความกว้างของลำน้ำหรือลำห้วย และจะต้องสร้างฝั่งลึกเข้าไปในตลิ่งทั้งสองข้างจนถึงชั้นดินแข็งริมตลิ่ง เพื่อป้องกันไม่ให้น้ำไหลเลาะซึมออกด้านข้าง
  5. หากดินเหนียวที่ใช้บดอัดมีคุณภาพดี ความลึกของชั้นทรายที่ไม่เกิน ๓ เมตร ใช้ความกว้างของฐานแกนดินเหนียว ๒ เมตร และให้เพิ่มความกว้างอีก ๐.๔๐ เมตร ทุกความลึกของชั้นทรายที่เพิ่มขึ้น ๑ เมตร ความลาดด้านข้างเหนือน้ำและท้ายน้ำเฉลี่ยปรับให้สัมพันธ์กับความกว้างของผิวบน ทำให้ฝายแกนดินเหนียวมีขนาดเล็กและเหมาะสม ประหยัดแรงงานและงบประมาณ
  6. บริเวณส่วนบนสุดควรวางหินเรียงหนา ๐.๒๕ ม.– ๐.๓๐ ม. เพื่อป้องกันไม่ให้น้ำกัดเซาะและป้องกันไม่ให้สัตว์เหยียบบริเวณดินเหนียวที่บดอัด
  7. ฝายแกนดินเหนียวใต้พื้นทรายจะคงสภาพและคงอยู่ได้ถาวร ไม่พังทลายหรือเสียหาย หากคอยดูแลตรวจสอบทุกปี และที่สำคัญงบประมาณค่าบำรุงรักษาน้อยมาก
  8. รูปตัดนี้เหมาะสมกับลำห้วยขนาดเล็กที่มีความกว้างไม่เกิน ๒๐ เมตร หากกว้างเกินกว่านี้ให้ขยายผิวบนเพิ่มความกว้างตามความเหมาะสม(กรณีที่ใช้เครื่องจักรก่อสร้าง)




                                
  1. ช่วยเก็บกักและชะลอน้ำใต้ดินชั้นบนที่ขังอยู่ใต้พื้นทราย
  2. สร้างความชุ่มชื้นให้กับพื้นดินบริเวณรอบข้าง
  3. สามารถนำน้ำไปใช้เพื่อการเกษตร อุปโภค-บริโภค การเลี้ยงสัตว์ ในหมู่บ้านเมื่อเกิดปัญหาภัยแล้ง
  4. ถมดินเหนียวเป็นชั้นๆ หนาชั้นละ ๐.๐๕ ม. – ๐.๑๐ ม. กระทุ้งบดอัดแน่นดินด้วยแรงคน หากดินเหนียวที่บดอัดแห้งเกินไปให้พรมน้ำเพื่อให้การบดอัดแน่นได้ผลยิ่งขึ้น หากมีน้ำซึมเข้ามาต้องหาวิธีสูบน้ำออก
  5. ถมดินเหนียวเป็นชั้นๆ หนาชั้นละ ๐.๐๕ ม. – ๐.๑๐ ม. กระทุ้งบดอัดแน่นดินด้วยแรงคน หากดินเหนียวที่บดอัดแห้งเกินไปให้พรมน้ำเพื่อให้การบดอัดแน่นได้ผลยิ่งขึ้น หากมีน้ำซึมเข้ามาต้องหาวิธีสูบน้ำออก
  6. ถมดินเหนียวเป็นชั้นๆ หนาชั้นละ ๐.๐๕ ม. – ๐.๑๐ ม. กระทุ้งบดอัดแน่นดินด้วยแรงคน หากดินเหนียวที่บดอัดแห้งเกินไปให้พรมน้ำเพื่อให้การบดอัดแน่นได้ผลยิ่งขึ้น หากมีน้ำซึมเข้ามาต้องหาวิธีสูบน้ำออก
  7. ถมดินเหนียวเป็นชั้นๆ หนาชั้นละ ๐.๐๕ ม. – ๐.๑๐ ม. กระทุ้งบดอัดแน่นดินด้วยแรงคน หากดินเหนียวที่บดอัดแห้งเกินไปให้พรมน้ำเพื่อให้การบดอัดแน่นได้ผลยิ่งขึ้น หากมีน้ำซึมเข้ามาต้องหาวิธีสูบน้ำออก
  8. ถมดินเหนียวเป็นชั้นๆ หนาชั้นละ ๐.๐๕ ม. – ๐.๑๐ ม. กระทุ้งบดอัดแน่นดินด้วยแรงคน หากดินเหนียวที่บดอัดแห้งเกินไปให้พรมน้ำเพื่อให้การบดอัดแน่นได้ผลยิ่งขึ้น หากมีน้ำซึมเข้ามาต้องหาวิธีสูบน้ำออก
  9. ช่วยรักษาและเพิ่มระดับน้ำใต้ดินให้สูงขึ้น บ่อน้ำตื้นของราษฎรบริเวณข้างเคียงให้มีน้ำใช้นานขึ้น ช่วยฟื้นฟูสภาพป่าให้เกิดความชุ่มชื้น คืนความสมบูรณ์ให้กับธรรมชาติแวดล้อม

                                                            

           
    เหมาะสมกับบริเวณพื้นที่ที่มีลำห้วย หรือคลองธรรมชาติที่ไม่กว้างมากนัก ใช้แรงงานคนเพื่อส่งเสริมให้ราษฎรมีรายได้ วิธีการก่อสร้างตามลำดับขั้นตอนดังนี้
    1. ขุดชั้นทรายให้ถึงชั้นทึบน้ำ หรือชั้นดินดานที่น้ำซึมไม่ได้ (ตามภาพ) ควรระมัดระวังไม่ให้ทรายทลายลงไปทับพื้นชั้นดินดานที่ขุดไว้ ไม่เช่นนั้นจะทำให้น้ำไหลลอดบริเวณรอยต่อนี้ได้


                               

    2. ถมดินเหนียวเป็นชั้นๆ หนาชั้นละ ๐.๐๕ ม. – ๐.๑๐ ม. กระทุ้งบดอัดแน่นดินด้วยแรงคน หากดินเหนียวที่บดอัดแห้งเกินไปให้พรมน้ำเพื่อให้การบดอัดแน่นได้ผลยิ่งขึ้น หากมีน้ำซึมเข้ามาต้องหาวิธีสูบน้ำออก



          
                       
    3.บดอัดดินเหนียวเป็นชั้นๆ จนเสมอกับพื้นท้องลำห้วย กลบทรายที่ขุดออกถมกลับด้านข้างดินที่บดอัดทั้งสองข้างและปิดทับด้วยหินใหญ่หนาประมาณ ๐.๒๕ ม.– ๐.๓๐ ม. เรียงลาดด้านข้างตลิ่งจนถึงขอบตลิ่งทั้งสองข้างออกไปอีกข้างละ ๑.๐๐ ม. เพื่อป้องกันการกัดเซาะและไม่ให้สัตว์เหยียบบริเวณดินเหนียวที่บดอัด



                                                

                                  


                                              


                                          



                                                          



                                                        




                                                             




                                                                 



    โดยการเพิ่มส่วนบนหรือที่เรียกว่า ฝายกระสอบทรายกั้นน้ำทับบนตัวฝายแกนดินเหนียว เพื่อให้กักเก็บน้ำในลำน้ำไปด้วยในตัว วิธีการทำงานเช่นเดียวกับฝายทดน้ำทั่วๆไปนั่นเอง
    (การก่อสร้างแสดงตามภาพรูปตัดตัวฝาย) สันฝายไม่ควรสูงจากพื้นลำห้วยเกิน ๑.๐๐ เมตร

                            

    ภาพอดีตรองนายกรัฐมนตรี(นายไพบูลย์ วัฒนศิริธรรม) และรองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์(นายธีระ วงศ์สมุทร) ตรวจโครงการยุทธศาสตร์อยู่ดีมีสุข ปี ๒๕๕๐ โครงการก่อสร้างฝายใต้ดินแกนดินเหนียวของอำเภอเมืองตาก
    เมื่อวันที่ ๑๔ มิถุนายน ๒๕๕๐


                             


    ภาพความสำเร็จของเกษตรกรที่ได้รับประโยชน์โครงการ นายวันชัย บวบงาม เกษตรกรบ้านลานสาง หมู่ที่ ๔ ตำบลแม่ท้อ อำเภอเมืองตาก จังหวัดตาก ทำสวนองุ่นโดยใช้น้ำจากโครงการฝายแกนดินเหนียว ผวจ.ตาก(นายสามารถ ลอยฟ้า) ให้ความสนใจตรวจเยี่ยม เมื่อวันที่ ๑๒ มกราคม ๒๕๕๓



               



    ภาพความสำเร็จของโครงการ 
    ราษฎรตำบลโป่งแดงสามารถนำน้ำไปใช้เพื่อการเกษตร อุปโภค –บริโภค บริเวณสองฝั่งของลำห้วยแม่ระกา ได้ตลอดปี


                              
                                        


    บริเวณสวนมะนาวที่ดินของนายขันต์ ศรีบุญเรือง เกษตรกรบ้านโพรงตะเข้ หมู่ที่ 9 ตำบลโป่งแดง
    อำเภอเมืองตาก จังหวัดตาก สูบน้ำได้ตลอดเวลา ตกกล้าโดยไม่ต้องรอน้ำฝน


                                          




นวัตกรรมจังหวัดตาก หัวข้ออื่นๆ

ผู้บริหารจังหวัด

คนถัดไป   คนถัดไป
ผู้ว่าราชการจังหวัดตาก พบประชาชน
ร้องเรียน ร้องทุกข์

เมนูหลักเว็บไซต์

การบริหารราชการจังหวัด



ข้อมูลที่นำเสนอบนเว็บไซต์จังหวัดตากมีประโยชน์ต่อท่านมากน้อยเพียงใด



บริการนักท่องเที่ยว

สถิติเว็บไซต์

  กำลังใช้งาน 6 คน
  วันนี้ 3,888 คน
  เมื่อวาน 2,650 คน
  7 วันที่ผ่านมา 21,320 คน
  เดือนที่แล้ว 96,633 คน
  ปีที่แล้ว 1,848,674 คน
  ผู้ชมทั้งหมด 7,037,351 คน
     

สงวนลิขสิทธิ์ ©2557 สำนักงานจังหวัดตาก ศาลากลางจังหวัดตาก อ.เมือง จ.ตาก 63000
datatak@hotmail.co.th หรือ tak@moi.go.th
โทร. 0-5551-1503 ต่อ 23620 โทรสาร 0-5551-1503 ต่อ 23666
นโยบายการใช้เว็บไซต์ ความเป็นส่วนตัว แผนผังเว็บไซต์
 
ออกแบบเว็บไซต์โดย แม่สอด ซอฟต์แวร์


 สำหรับผู้พิการสายตา