รัฐมนตรีว่าการฯ เข้าร่วมการประชุมอาเซียน + ๓
รัฐมนตรีว่าการฯ เข้าร่วมการประชุมอาเซียน + ๓
Last update. 26 สิงหาคม 2555 19:32

เมื่อวันที่ ๑๐ กรกฎาคม ๒๕๕๕ นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้เข้าร่วมการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศของอาเซียน+๓ซึ่งในโอกาสดังกล่าว รัฐมนตรีว่าการฯ ได้กล่าวถ้อยแถลงย้ำถึงความสำคัญของความร่วมมือภายใต้กรอบอาเซียน + ๓ รัฐมนตรีว่าการฯ ได้กล่าวต่อที่ประชุมว่า ในปี ๒๕๕๕ จะมีการเฉลิมฉลองครบรอบ ๑๕ ปีของ ความร่วมมือในกรอบอาเซียน + ๓ ซึ่งเป็นพื้นฐานที่สำคัญของความก้าวหน้าในภูมิภาคนี้ สำหรับประเทศไทยแล้ว กรอบความร่วมมืออาเซียน + ๓ ถือเป็นหัวใจของการส่งเสริมการรวมตัวในภูมิภาค และเป็นกรอบความร่วมมือที่สำคัญในการสร้างประชาคมเอเชียตะวันออกในอนาคต

          เพื่อส่งเสริมความร่วมมือในภูมิภาค รัฐมนตรีว่าการฯ ได้เสนอให้มีการออกแถลงการณ์ผู้นำว่าด้วย ความเป็นหุ้นส่วนด้านความเชื่อมโยงอาเซียน + ๓ (Leader’s Statement on ASEAN Plus Three Partnership on Connectivity) ในระหว่างการประชุมสุดยอดอาเซียน+๓ (ASEAN Plus Three) สมัยพิเศษ ซึ่งประเทศต่างๆ ได้ขานรับและสนับสนุนข้อเสนอของไทย พร้อมแสดงความชื่นชมความคิดริเริ่มของไทยในเรื่องดังกล่าว ทั้งนี้ ความเป็นหุ้นส่วนด้านการเชื่อมโยงอาเซียน + ๓ มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนากลไกในการสร้างความเชื่อมโยงในภูมิภาค โดยจะครอบคลุม ๓ เสาหลักของความเชื่อมโยง คือ ๑) ความเชื่อมโยงทางกายภาพ ได้แก่ ถนน โครงสร้างพื้นฐานต่างๆ พลังงาน ฯลฯ ๒) ความเชื่อมโยงด้านกฏระเบียบต่างๆ ได้แก่ การเปิดเสรีและอำนวยความสะดวกทางการค้าและการลงทุน กฏระเบียบการข้ามแดน เป็นต้น และ ๓) ความสัมพันธ์ในระดับประชาชน ซึ่งจะเป็นพื้นฐานที่สำคัญในการส่งเสริมการลงทุนของภาคเอกชน และความเป็นหุ้นส่วนในเรื่องของการเชื่อมโยง ในการนี้ ประเทศไทยได้จัดการประชุมเชิงปฏิบัติการเรื่อง ความเป็นหุ้นส่วนด้านความเชื่อมโยงเมื่อวันที่ ๑๕ มิถุนายน ที่ผ่านมาเพื่อหารือแนวทางที่อาเซียน+ ๓ จะช่วยสนับสนุนแผนแม่บทของอาเซียนว่าด้วยการเชื่อมโยง


        ในระหว่างการแลกเปลี่ยนความเห็นเกี่ยวกับสถานการณ์ในภูมิภาคและ ระหว่างประเทศ รัฐมนตรีว่าการฯ ได้กล่าวถึงวิกฤตยูโรโซน โดยได้แสดงความเห็นว่าประเทศต่างๆ ควรติดตามพัฒนาการในยุโรป และเตรียมรับมือกับผลกระทบต่างๆ ที่อาจตามมาอย่างใกล้ชิด ในการนี้ รัฐมนตรีว่าการฯ ได้แสดงยินดีที่อาเซียน +๓ ได้ตกลงกันที่จะการเพิ่มวงเงินภายใต้มาตรการริเริ่มเชียงใหม่ (Chiang Mai Initiative Multilateralization – CMIM) จาก ๑.๒ แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ เป็น ๒.๔ แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งไทยก็หวังว่าจะมีการดำเนินการตามความตกลงดังกล่าวอย่างเป็นรูปธรรมโดย เร็ว นอกจากนี้ รัฐมนตรีว่าการฯ เห็นว่าสำนักงานวิจัยเศรษฐกิจมหภาคของภูมิภาคอาเซียน+๓ (ASEAN Plus Three Macroeconomic Research Office) จะเป็นกลไกสำคัญในการควบคุมสอดส่องสถานการณ์เศรษฐกิจในภูมิภาค อีกทั้ง ควรมีการผลักดันเรื่องตลาดพันธบัตรเอเชีย (Asian Bond Markets Initiatives) ด้วย

         ในเรื่องความมั่นคงด้านอาหาร รัฐมนตรีว่าการฯ ได้แสดงความยินดีที่ความตกลงการสำรองข้าวฉุกเฉินในกรอบอาเซียน + ๓ (ASEAN Plus Three Emergency Rice Reserve-APTERR) ซึ่งได้ลงนามเมื่อเดือนตุลาคม ที่ผ่านมา จะมีผลบังคับใช้ในวันที่ ๑๒ กรกฎาคม ๒๕๕๕ โดยความตกลงดังกล่าวจะช่วยส่งเสริมสร้างความมั่นคงทางอาหารของประชาชนใน ภูมิภาคโดยการสำรองข้าวเพื่อการนำไปใช้ในภาวะขาดแคลน ทั้งนี้ ไทยได้แสดงความพร้อมที่จะเป็นที่ตั้งสำนักเลขาธิการของความตกลงฯ ด้วย

         สำหรับประเด็นปัญหาบนคาบสมุทรเกาหลี รัฐมนตรีว่าการฯ ได้แสดงความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ความตึงเครียดที่เกิดขึ้นในระยะที่ผ่าน มา ซึ่งได้ส่งผลกระทบต่อสันติภาพในคาบสมุทรเกาหลี จึงได้แสดงความหวังว่าสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนเกาหลีซึ่งอยู่ในช่วง เปลี่ยนผ่านจะพัฒนาไปสู่การเปิดกว้างมากขึ้น โดยทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องควรย้ำกับสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนเกาหลีถึงความ สำคัญของการกลับสู่กระบวนการเจรจาโดยพื้นฐานของการเจรจา ๖ ฝ่าย



อัลบั้มภาพ : รัฐมนตรีว่าการฯ เข้าร่วมการประชุมอาเซียน + ๓