บทสัมภาษณ์พิเศษ อธิบดีกรมอาเซียน นายอรรถยุทธ์ ศรีสมุทร ถอดบทเรียน
บทสัมภาษณ์พิเศษ อธิบดีกรมอาเซียน นายอรรถยุทธ์ ศรีสมุทร ถอดบทเรียน
Last update. 26 สิงหาคม 2555 19:51

"อรรถยุทธ์ ศรีสมุทร" อธิบดีกรมอาเซียน จับงานเกี่ยวกับความร่วมมือกับต่างประเทศและคลุกคลีอยู่กับข้อมูลของประเทศ เพื่อนบ้านในกรมนี้ยาวนานถึง 15 ปี ทั้งมิติความสัมพันธ์ด้านการเมือง เศรษฐกิจ และสังคม กระทั่งไทยมีนโยบายพัฒนาประเทศเพื่อรองรับปีแห่งประชาคมอาเซียนในปี 2558 จึงได้กระจายงานด้านเศรษฐกิจให้กระทรวงพาณิชย์ไปดูแล ส่วนด้านสังคม วัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม และกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์รับดูแล "ประชาชาติธุรกิจ" มีโอกาสได้สนทนากับอธิบดีกรมอาเซียน ถึงบทบาทหน้าที่รวมทั้งภารกิจสำคัญของหน่วยงานนี้ ในช่วงนับถอยหลังก่อนประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) จะเกิดขึ้นเต็มรูปแบบ

- การดำเนินงานเรื่องอาเซียนของกระทรวงการต่างประเทศ

เรา ได้จัดตั้งคณะกรรมการอาเซียนแห่งชาติขึ้น มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเป็นประธาน ปลัดกระทรวงเป็นผู้แทน ในส่วนของกรมอาเซียนดูแลความร่วมมือของอาเซียนในภาพกว้าง ในระดับประเทศ เรามีบทบาทขับเคลื่อนด้านนโยบายของไทยในแต่ละกระทรวงและหน่วยงานให้เป็นไปใน ทิศทางเดียวกัน รวมทั้งประสานงานและติดตามผล ล่าสุดจะร่วมมือกับสภาพัฒน์ด้วย เพราะเรื่องอาเซียนเป็นนโยบายระดับชาติ

ที่ ผ่านมาเราลงพื้นที่ทั่วประเทศบรรยายเรื่องนี้เพื่อให้ความรู้เรื่องอาเซียน แก่ประชาชนและหน่วยงานต่าง ๆ แม้กระทั่งหน่วยงานที่คุณคิดว่าไม่เกี่ยวข้องอย่างการประปานครหลวง (กปน.) ชี้ให้เห็นการทำงานการประปาของจาการ์ตาและกัวลาลัมเปอร์ เปรียบเทียบกับเรา ดูต้นทุนการผลิต ลูกค้าของเขาเป็นอย่างไร โครงสร้างและผลประกอบการเป็นอย่างไร ราคาน้ำต่อหน่วยลูกบาศก์เมตรเป็นเท่าไหร่ เรียนรู้และนำมาพัฒนาองค์กรของไทย ซึ่งพนักงาน กปน.ตื่นตัวมาก



- โครงการ "ASEAN Unit" ในแต่ละหน่วยงานของไทย

โครงการ "Asean Unit" มีอยู่ในทุกหน่วยงานของรัฐ รับผิดชอบกรอบงานของตนที่เกี่ยวกับอาเซียน อย่างกระทรวงเกษตรฯ ก็ต้องมีข้อมูลเกี่ยวกับประเทศเพื่อนบ้าน และเจาะจงลงไปในเชิงลึก เช่น แต่ละประเทศปลูกอะไร ได้ผลผลิตต่อไร่เท่าไร นำมาเปรียบเทียบใช้ในการทำงาน ปรับโครงสร้างแผนงานและพัฒนาบุคลากร



- เตรียมรับปี 2558 ด้านใดคืบหน้ามากสุด

ด้าน เศรษฐกิจ เนื่องจากเป็นเรื่องของปากท้อง กระทบชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน จึงได้รับความสนใจเป็นพิเศษ เพราะความร่วมมือของอาเซียนเป้าหมายก็คือความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นของประชาชน ด้านต่าง ๆ ต้องให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมกับการตัดสินใจ ผลประโยชน์ต้องไปสู่ประชาชน ต้องดูแลประชาชนตามชายแดนที่ได้รับผลกระทบจากการเปิดเสรี นับแต่มี AFTA เป็นยุคที่อาเซียนพัฒนาด้านเศรษฐกิจ



ส่วนสังคม วัฒนธรรมต้องดูแลไม่ให้ได้รับผลกระทบจากการเปิดด่านที่มีสินค้าคุณภาพด้อย หลั่งไหลเข้ามาจำนวนมาก หรือกระทั่งภัยจากโรคระบาด ในอนาคตไทยต้องให้ความสำคัญกับเสาสังคมมากขึ้น นี่เป็นผลจาก Connectivity


- อุปสรรค Connectivity ในไทยและอาเซียน

การ เชื่อมโยงอาเซียน หรือ Connectivity มี 3 ส่วนต้องดูแลคือ


1)ด้านกายภาพหรือโครงสร้างพื้นฐาน ไทยถือว่าอยู่ในระดับแนวหน้า แต่อาจไม่ดีเท่าสิงคโปร์หรือมาเลเซีย ส่วนเรื่องที่ด้อยคือ รถไฟความเร็วสูง เราไม่ได้ให้ความสำคัญกับการพัฒนาระบบรถรางไฟฟ้า ที่ผ่านมาเน้นการขนส่งสินค้าด้วยรถบรรทุก มีต้นทุนสูงกว่าประเทศอื่น ๆ และเสียเวลาการขนส่งไปกับการจราจร การพัฒนาระบบรถไฟความเร็วสูงจะช่วยเรื่องการขนส่งสินค้าให้ได้ประโยชน์สูงสุด


2)ด้าน สถาบันหรือกฎระเบียบต่าง ๆ ที่เอื้อต่อการเอื้ออำนวยต่อการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ มีอุปสรรคที่สินค้าต้องหยุดตรวจทุกด่านของแต่ละประเทศ ซึ่งเสียเวลามาก ต้องทำให้เป็นระบบเดียวในอาเซียน ทั้งด้านศุลกากร การตรวจคนเข้าเมือง และสุขอนามัย


     ขณะนี้อาเซียนกำลังคุยกันเรื่อง Single Window ซึ่งไม่รู้ว่าจะทำได้หรือเปล่า เพราะมีอุปสรรค 3 ข้อ


1.ต้องอาศัยระบบอิเล็กทรอนิกส์ โดยแบบฟอร์มศุลกากรต้องเปิดดูได้ทั้งประเทศต้นทางและปลายทาง


2.อำนาจหน้าที่ของการตรวจสอบสินค้า เฉพาะในไทย สินค้า 1 อย่าง ต้องมีการตรวจสอบและเซ็นรับรองถึง 15 หน่วยงาน ต้องจัดระบบใหม่ ให้หน่วยงานเดียวดูแล สละหน้าที่ผลประโยชน์ที่ดูแลอยู่ในการตรวจสอบสินค้า


3.ระดับมาตรฐานสินค้าต้องมีคุณภาพ แม้กระทั่งในสหภาพยุโรปและในสหรัฐยังไม่ต้องการทำเรื่อง Single Window เลย เพราะกฎระเบียบเยอะ


3) ด้านการเชื่อมโยงประชาชนกับประชาชน ที่ต้องทำมากขึ้นในอนาคต



- ปัญหาอาเซียนที่ต้องมอง

ปัญหา มี 2 รูปแบบ ภัยแบบเก่า อย่างปัญหาชายแดนระหว่างอาเซียนด้วยกัน ซึ่งเป็นปัญหา 100 ปี ประเทศพัฒนาแล้วก็ยังมีปัญหานี้อยู่ เรื่องนี้ต้องใช้เวลาในการจัดการนาน ปัญหาทะเลจีนใต้ซึ่งเป็นผลสืบเนื่องมาจากภาวะการขาดแคลนพลังงานโลก ส่วนภัยรูปแบบใหม่ที่จะมากับการเปิดเสรีต่อกัน ได้แก่ ภัยก่อการร้าย การค้ามนุษย์ ทั้งสตรีและเด็ก ซึ่งเดินทางผ่านไทยเยอะมาก



- ไทยวางแผนรับมืออย่างไร

ต้อง พัฒนากฎหมาย ให้หน่วยงานที่จัดการและทำงานต้องมีความหนักแน่น กระทรวงมหาดไทยต้องดูกฎหมายเกี่ยวกับชายแดน การเดินทางข้ามแดน โดยต้องวางสมดุลให้ทั้งเอื้ออำนวยกับความมั่นคง



- บทบาทไทยในอาเซียน

ไทย เสนอเรื่องที่กลายเป็นพัฒนาการอาเซียนหลายอย่าง ทั้งชะอำ-หัวหิน โรดแมป ซึ่งกำหนดให้มีการพัฒนา 3 เสา การเมือง-เศรษฐกิจ-สังคม-วัฒนธรรม, AFTA และ Connectivity คนที่ไม่ได้อยู่ในวงการอาเซียนคิดว่าไทยไม่โดดเด่น เนื่องจากปัญหาทางการเมือง เป็นต้น แต่ที่จริงเราเสนอสิ่งที่ไม่ได้ด้อยเลย ริเริ่มจากไทยหลายโครงการ



- อาเซียนโดดเด่นที่สุดในตอนนี้

ความ ร่วมมือกลุ่มอาเซียนยังเป็นรองสหภาพยุโรป แต่ในเมื่ออียูมีปัญหา เราก็เด่นมากขึ้น ไม่อยากพูดว่าเด่นที่สุด แต่เนื้อหอมมาก เนื่องจาก 1) เป็นกลุ่มประเทศที่มีพื้นที่เชื่อมต่อกับตลาดใหญ่จีน- อินเดีย 2) เป็นภูมิภาคที่มีศาสนาสำคัญทั้ง 3 ศาสนา คือ พุทธ คริสต์ อิสลาม 3) เป็นประเทศที่เป็นสายกลาง ไม่โดดไปซ้าย-ขวา ไม่รุนแรงและอ่อนแอ 4) เป็นประเทศที่ร่วมมือกับประเทศมหาอำนาจได้หมด มีองค์กรไหนบ้างที่คุยได้กับรัสเซีย จีน สหรัฐได้หมด



- คนไทยตื่นตัวมากแค่ไหน

ตื่น ตัวมากขึ้น แต่ยังขาดคุณสมบัติในการขวนขวายความรู้เพิ่ม การเตรียมตัวของภาคธุรกิจขนาดใหญ่พร้อมแล้ว ภาคธุรกิจขนาดกลางและย่อมต้องได้รับการพัฒนา ภาคราชการ สื่อมวลชน และนักวิชาการ โอเค


หากมีการวัดระดับความรู้เกี่ยวกับเพื่อนบ้าน เมื่อใด ความรู้ของไทยในประเทศเพื่อนบ้านยังอยู่ในระดับต่ำ ทั้งข้อมูลและภาษา ไทยไม่เคยมองประเทศเพื่อนบ้าน เพราะคิดว่าระดับการพัฒนาของเขาด้อยกว่า ไม่เคยศึกษาเกี่ยวกับเขา ไม่เคยสนใจละคร เรียนรู้ภาษาของเขา เขารู้เรา มากกว่าเรารู้เขาซึ่งจะเป็นผลกระทบในอนาคตเมื่อเปิดเสรีมากขึ้น โดยเฉพาะชายแดน เราไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับเพื่อนบ้านเลย แต่เขารู้จักเราแม้กระทั่งระบบการเมือง ใครเป็นรัฐบาล นโยบายพรรคการเมืองของบ้านเรา ต้องฝากคนไทยด้วยว่าต้องขวนขวายมากขึ้นด้วย



อัลบั้มภาพ : บทสัมภาษณ์พิเศษ อธิบดีกรมอาเซียน นายอรรถยุทธ์ ศรีสมุทร ถอดบทเรียน